Heimatgeschichte · Lom Sak ·

อำเภอหล่มสัก: ประวัติ

อำเภอหล่มสัก: ประวัติ

หล่มศักดิ์ เดิมเป็นเมืองหนึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังสงครามเจ้าอนุวงศ์ เพราะเมืองหล่ม (เก่า) ถูกทำลายไปมาก จึงย้ายมาตั้งเมืองใหม่ริมน้ำสัก จึงเรียกเมืองหล่มแห่งใหม่นี้ว่า "หล่มสัก" (แต่ทางราชการสยามสะกดว่า "หล่มศัก" หรือ "หล่มศักดิ์") ครั้นเวลาต่อมาเมืองหล่มศักดิ์ได้พัฒนาขึ้นเป็นชุมชนใหญ่
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งเมืองหล่มศักดิ์ (ในฐานะเขตการปกครองระดับที่สองในระบบเทศาภิบาล) ขึ้นกับมณฑลเพชรบูรณ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2442 โดยเมืองหล่มศักดิ์ในขณะนั้นมีอาณาเขตกินไปถึงอำเภอด่านซ้าย และอำเภอวังสะพุง ครั้นวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2450 จึงยกอำเภอวังสะพุงไปขึ้นกับเมืองเลยแทน (ภายหลังอำเภอด่านซ้าย แยกออกเป็นอำเภอภูเรือและอำเภอนาแห้ว ส่วนอำเภอวังสะพุงแยกเป็นอำเภอภูกระดึง อำเภอภูหลวง อำเภอเอราวัณ อำเภอผาขาว และอำเภอหนองหิน ปัจจุบันขึ้นอยู่กับจังหวัดเลย) เมื่อ พ.ศ. 2459 ได้มีประกาศเปลี่ยนคำว่า "เมือง" มาเป็น "จังหวัด" เมืองหล่มศักดิ์จึงถูกเรียกว่าจังหวัดหล่มศักดิ์ ขณะนั้นแบ่งเขตการปกครองเป็นสองอำเภอ คือ อำเภอเมือง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอวัดป่าใน พ.ศ. 2460) และอำเภอหล่มเก่า
จังหวัดหล่มศักดิ์มีการสร้างระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ตั้งโรงเรียนประจำจังหวัด คือ โรงเรียนสัตรีจังหวัดหล่มศักดิ์ (ปัจจุบันคือโรงเรียนหล่มสักวิทยาคม) และมีการสร้างสนามบินประจำจังหวัดหล่มศักดิ์ (ปัจจุบันคือ สนามบินสักหลง) เพราะขณะนั้นเมืองหล่มศักดิ์เป็นเมืองห่างไกลและยังไม่มีเส้นทางคมนาคม การนี้ชาวจังหวัดหล่มศักดิ์ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสร้างเครื่องบินชื่อ "จังหวัดหล่มศักดิ์ 1" ที่ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ชาวหล่มศักดิ์ที่ได้ร่วมบริจาค
จังหวัดหล่มศักดิ์ถูกยุบรวมเข้ากับจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 เพื่อประหยัดงบประมาณราชการ ต่อมา พ.ศ. 2481 ได้เปลี่ยนชื่ออำเภอวัดป่าเป็นอำเภอหล่มศักดิ์ หลังจากนั้นการสะกดคำว่า "หล่มศักดิ์" เป็น "หล่มสัก" เกิดขึ้นและถูกเปลี่ยนกลับหลายครั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2484 จนใน พ.ศ. 2489 จึงสะกดว่า "หล่มสัก" สืบมา …

von Fremdinhalte · Regionauts

Quelle: Text: Wikipedia – „อำเภอหล่มสัก“, Autorinnen und Autoren (Versionsgeschichte), CC BY-SA 4.0 · Foto: ::::=UT=::::, CC BY-SA 3.0 – Wikimedia Commons