Heimatgeschichte · Chum Phae ·

อำเภอชุมแพ: ประวัติ

อำเภอชุมแพ: ประวัติ

บ้านชุมแพเริ่มก่อตั้งมาเมื่อประมาณพุทธศักราช 2270 ตามหนังสือที่นายเคน พุทธาศรี อดีตกำนันตำบลชุมแพสืบค้นเขียนไว้เมื่อพุทธศักราช 2520 แต่วัดโพธิ์ธาตุ ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พุทธศักราช 2221 และมีเจ้าอาวาสรูปแรกคือ พระญาคูหงส์ หงฺสเตโช (2221-2248) ตามเอกสารราชการทะเบียนวัดภาคเก้า กรมการศาสนา ซึ่งขัดต่อหนังสือที่นายเคน พุทธาศรีได้สืบค้นเขียนไว้ ซึ่งก็ยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ ช่วงเวลาต่างกันประมาณ 49 ปี จึงได้สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นวัดและชุมชนเก่ามาก่อน มีหลักฐานคือเจดีย์(ธาตุ)เก่าและวัตถุโบราณต่างๆรอบบริเวณ คนยุคนั้นคงจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นด้วยเหตุผลใดนั้นก็ไม่ทราบปล่อยให้เป็นวัดร้างและชุมชนร้าง ก่อนที่กลุ่มของบรรพบุรุษบ้านชุมแพจะมาตั้งบ้านถิ่นฐาน
เมื่อนานมาแล้วมีพระธุดงค์รูปหนึ่ง นามว่า พระญาคูหงส์ หงฺสเตโช ได้เดินธุดงค์มาพบเจดีย์(ธาตุ)โบราณ ทั้งหมด 3 องค์ องค์ใหญ่มีลักษณะรูปทรงคล้ายใบโพธิ์ สูงตั้งเด่นเป็นสง่าแลดูงามตายิ่งน่าเคารพเลื่อมใสและยังได้ค้นพบโบราณวัตถุต่างๆรอบบริเวณ จึงตั้งชื่อวัดว่า "วัดโพธิ์ธาตุ" (เพราะว่ามีธาตุที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายใบโพธิ์) ประกอบกับโดยรอบมีพื้นที่เป็นโคกเป็นดอน(เนิน)ส่วนทางฝั่งทิศตะวันตกมีลำห้วย ทิศตะวันออกมีหนองน้ำขนาดใหญ่ ทางทิศตะวันตกเป็นที่ลุ่มเหมาะสำหรับทำการเกษตร ไม่ไกลนักทางทิศเหนือมีภูเวียง โดยรอบอุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับตั้งบ้านตั้งถิ่นฐาน พระญาคูหงส์จึงได้กลับไปชักชวนญาติพี่น้องญาติโยม ได้แก่ย่าขาว สามีชื่อศรีสุทอและเพื่อนบ้านย้ายถิ่นฐานตั้งบ้านใหม่ โดยได้ตั้งบ้านเรือนที่แรกอยู่ที่คุ้มกลางฝั่งทางทิศตะวันตกของวัดโพธิ์ธาตุ ปีเริ่มแรกมีเพียง 6 หลังคาเรือน พื้นที่โดยรอบบ้านชุมแพตั้งอยู่บนทำเลที่อุดมสมบูรณ์และอยู่ใกล้กับเส้นทางค้าขายโบราณเส้นทางเกวียน นานเข้าจึงมีผู้อพยพเข้ามาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆจากทั่วทุกสารทิศทำให้หมู่บ้านขยับขยายเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

ทางฝั่งทิศตะวันตกของหมู่บ้านมีลำห้วยขนาดใหญ่ ภาษาพื้นบ้านเรียก "กุด" กุดมีน้ำใสไหลเย็นและน้ำลึก ริมตลิ่งทั้งสองฝั่งมีต้นกอไผ่ขึ้นหนาแน่น มีจระเข้ชุกชุม โดยรอบเป็นพื้นที่ป่าทึบ มีสัตว์ป่ามากมาย อาทิ ควายป่า วัวป่า อง มั่ง อีเก้ง หมูป่า ฯลฯ และมีสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลามากมาย สมัยก่อนนั้นชาวบ้านจะจับปลาด้วยหอกแหลมหลาวซัดแทงหาปลา ไม่มีแหน้ำลึกเพราะไม่สะดวกในการจับปลาส่วนหัวปลาตัดทิ้งไม่นำมากินปล่อยให้อีแร้งอีกากินโดยไม่อดอยาก ชาวบ้านต้องตัดลำไผ่นำมาทำเป็นแพหลายๆลำแล้วตีวงล้อมเข้าหากันเป็นกลุ่ม ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า "ซุมแพ" (คือการรวมแพเข้าหากัน) นานเข้าจึงเรียกลำห้วยนี้ว่า กุดซุมแพ แต่มีการเรียกเพี้ยนไปตามยุคสมัยภาษาไทยกลางเป็น "กุดชุมแพ" และ บ้านชุมแพ จนถึงปัจจุบัน อีกตำราบ้างก็ว่าชาวบ้านตัดลำไผ่มาทำเป็นแพประมาณ 20-30 ลำ ทำเป็น 2 ชั้น 3 ชั้น แพลำหนึ่งคนสามารถบรรทุกคนได้ 3-4 คน เอาล่องลงไปตามลำห้วยเพื่อหาปลา เมื่อกินปลาหมดแล้วประมาณ 4-5 วัน ก็นัดหมายรวมตัวกันไปลงจับปลาอีก ส่วนแพนั้นใช้แล้วก็ไม่รื้อออก หลายคนทำหลายแพแล้วนำมาพักมาจอดซุมกันเป็นจุด (คือการจอดรวมแพเป็นจุด) นานเข้าจึงเรียก "กุดซุมแพ" แต่มีการเรียกเพี้ยนไปตามยุคสมัยภาษาไทยกลางเป็น "กุดชุมแพ" และ "บ้านชุมแพ" …

von Fremdinhalte · Regionauts

Quelle: Text: Wikipedia – „อำเภอชุมแพ“, Autorinnen und Autoren (Versionsgeschichte), CC BY-SA 4.0 · Foto: Earth Science and Remote Sensing Unit, Lyndon B. Johnson Space Center, Public domain – Wikimedia Commons