Heimatgeschichte · Nong Han ·

อำเภอหนองหาน: ประวัติ

อำเภอหนองหาน: ประวัติ

เมืองหนองหานมีประวัติเชื่อมโยงเกี่ยวกับเมืองสุวรรณภูมิ โดย พระพิทักษ์เขื่อนขันธ์ เจ้าเมืองหนองหานคนแรก ต้นสายสกุล "รักษาเมือง" และ "พิทักษ์เขื่อนขันธุ์" ทั้งนี้ พระพิทักษ์เขื่อนขันธ์ นามเดิม คือ "ท้าวเพ" เป็นบุตรคนโต ของ ท้าวเซียง หรือ เจ้าเซียง ผู้ดำรงตำแหน่งพระรัตนวงษา เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ท่านแรก และเจ้าเมืองท่งศรีภูมิ ลำดับที่ ๔ อันสืบเชื้อสาย จากเจ้าแก้วมงคล ผู้มีศักดิ์ เป็นพระราชปนัดดาของพระเจ้าวรวงศาธรรมิกราช กษัตริย์ลาวพระองค์ที่ 26 แห่งอาณาจักรล้านช้าง โดย ภายหลัง เจ้าเซียง บิดา ผู้ครองเมืองสุวรรณภูมิ ได้เสียชีวิตลง ในปี พ.ศ. 2330 ท้าวสูน ผู้เป็นน้องชาย ของท้าวเซียง ที่ดำรงตำแหน่ง อุปฮาดเมืองสุวรรณภูมิ ในขณะนั้น ได้ ครองเมืองต่อ จากพี่ชาย เพื่อสนับสนุนและป้องกันปัญหาการครองเมืองดังในอดีต (ระหว่าง เจ้าสุทนต์มณี เจ้าเมืองท่งศรีภูมิ ลำดับที่ 3 กับ ท้าวเซียง เจ้าเมืองท่งศรีภูมิลำดับที่ 4 ที่มี ศักดิ์ เป็น อา และหลาน ) รวมทั้งเป็นเมืองบริวารและป้องกันเมืองสำคัญด้านทิศเหนือ คือ นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภู) พระรัตนวงษา(สูน) จึงได้ขอพระราชทานให้มีพระบรมราชโองการ แต่งตั้ง ท้าวเพ ไปตั้งเมืองใหม่ และแบ่งเขตดินแดนทางตอนเหนือของเมืองสุวรรณภูมิ (ภายหลัง เป็นเขตของเมืองร้อยเอ็ดแล้ว)และแบ่งเขตแดนของนครหลวงเวียงจันทน์บางส่วน ให้ ท้าวเพ ได้ปกครอง เมืองสุวรรณภูมิ จึงได้แบ่งไพร่พล ให้ จำนวน 600 คน ไปตั้งเมืองบริเวณเมืองเก่า ขึ้นเป็นเมืองหนองหาน ปัจจุบัน คือ อำเภอหนองหาน และสถานปนาพระยศ ท้าวเพ เป็น "พระพิทักษ์เขื่อนขันธ์" เจ้าเมืองหนองหาน ท่านแรก ขึ้นกับกรุงเทพ ในปี 2330
อาณาเขตของเมืองหนองหานขณะนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2330 เป็นต้นมา ครอบคลุมรวมไปถึงอำเภอเมืองอุดรธานีด้วย กล่าวคือ อาณาเขตเมืองหนองหานทางฝั่งตะวันตกบรรจบกับเขตเมืองเก่าบ้านผือ(ขึ้นกับนครหลวงเวียงจันทน์ ครอบคลุมอำเภอบ้านผือ,อำเภอน้ำโสม,อำเภอนายูง) เขตตอนเหนือบรรจบเมืองเพ็ญ(ครอบคลุมอำเภอเพ็ญ,อำเภอสร้างคอม)ซึ่งขึ้นกับเมืองปากห้วยหลวงของนครหลวงเวียงจันทน์(พื้นที่ของอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ในปัจจุบัน) จึงกล่าวได้ว่า ในยุคก่อนจะกำเนิดเมืองอุดร พื้นที่เมืองหนองหานครอบคลุมพื้นที่อุดรตอนล่าง ตอนกลางและฝั่งตะวันออก รวมถึงพื้นที่ของอำเภอเมืองอุดรทั้งหมด และกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน ได้แก่ อำเภอหนองหาน,อำเภอเมืองอุดร,อำเภอบ้านดุง,อำเภอกุมภวาปี,อำเภอกุดจับ,อำเภอหนองวัวซอ,อำเภอหนองแสง,อำเภอประจักษ์ศิลปาคม,อำเภอกู่แก้ว,อำเภอศรีธาตุ,อำเภอวังสามหมอ,อำเภอไชยวาน,อำเภอทุ่งฝน,อำเภอพิบูลย์รักษ์ ยกเว้นพื้นที่อำเภอโนนสะอาด (พื้นที่อำเภอโนนสะอาดและบางส่วนของอำเภอกุมภวาปีขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2318 - พ.ศ. 2340 และขึ้นกับเมืองขอนแก่นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2340 ภายหลังจึงถูกโอนย้ายมาขึ้นกับจังหวัดอุดร) ต่อมาภายหลังมีการตั้งเมืองขึ้นใหม่ ได้แก่ เมืองหนองคาย บ้านหมากแข้งหรือเมืองอุดรธานี เมืองกมุทธาสัย และเมืองกุมภวาปี ส่วนกลางจึงมีการโอนพื้นที่เมืองหนองหานเดิมบางส่วนไปให้แก่เมืองดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้น
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2387 ได้มีชาวภูไทเมืองกะป๋อง ( เมืองเซโปน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว )ได้รับการเกลี้ยกล่อมจากทางการสยามให้มาตั้งหลักเเหล่งในพื้นที่ภาคอีสานของสยาม โดยมีท้าวราชนิกูล เป็นผู้นำในการอพยพ ขบวนผู้อพยพได้เดินทาง พักแรม ผ่านเขตเมืองนครพนม สกลนคร ต่อมาได้พาครอบครัวและบ่าวไพร่อพยพเข้าสู่เมืองสกลนคร เจ้าเมืองและกรมการเมืองสกลนคร์ได้จัดสรรพื้นที่ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ชั่วคราว จนกระทั่งปี พ.ศ. 2390 ครอบครัวและบ่าวไพร่ของท้าวราชนิกุลอัตคัดที่ทำกิน จึงได้พาราษฎรย้ายออกจากเมืองสกลนคร เเละได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านหนองหอย ( อำเภอวาริชภูมิ ในปัจจุบัน ) อย่างไรก็ตามทางกรมการเมืองสกลนครได้มาเกลี้ยกล่อมให้ท้าวราชนิกูลพาราษฎรกลับไปอาศัยอยู่ท้องที่เดิมในเมืองสกลนคร ท้าวราชนิกุลจึงตอบตกลงยอมพาราษฎรกลับไปอาศัยอยู่ที่เดิม (ในเมืองสกลนคร) จนกระทั่งถึงปีพ.ศ. …

von Fremdinhalte · Regionauts

Quelle: Text: Wikipedia – „อำเภอหนองหาน“, Autorinnen und Autoren (Versionsgeschichte), CC BY-SA 4.0 · Foto: Earth Science and Remote Sensing Unit, Lyndon B. Johnson Space Center, Public domain – Wikimedia Commons