อำเภอจตุรพักตรพิมาน: ประวัติศาสตร์
=== ภูมิหลังของบ้านเมืองหงส์ ===
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจตุรพักตรพิมานผูกพันกับเมืองสุวรรณภูมิเป็นสำคัญ ก่อนการสถาปนาเป็นเมืองใน พ.ศ. 2425 พื้นที่นี้ปรากฏในเอกสารว่าเป็น "บ้านเมืองหงส์" แขวงเมืองสุวรรณภูมิ โดยพระรัตนวงศา (คำสิงห์) เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ มีใบบอกขอพระราชทานให้ยกบ้านเมืองหงส์ขึ้นเป็นเมือง และขอหลวงพรหมพิทักษ์ ผู้ช่วยราชการเมือง ซึ่งเป็นบุตรของพระรัตนวงศา (คำสิงห์) เป็นเจ้าเมือง พร้อมขอพระศรีวรราช (สอน) ผู้น้องเป็นอุปฮาด
หลักฐานท้องถิ่นระบุว่าท้าวพรหมหรือสุพรหม เดิมรับราชการในเมืองสุวรรณภูมิในตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองและมีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงพรหมพิทักษ์ เมื่อมีอายุและคุณสมบัติเหมาะสมต่อการเป็นเจ้าเมือง พระรัตนวงศา (คำสิงห์) จึงมีใบบอกขอตั้งบ้านเมืองหงส์เป็นเมืองใหม่
ใน พ.ศ. 2425 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านเมืองหงส์ แขวงเมืองสุวรรณภูมิ ขึ้นเป็นเมืองจตุรพักตรพิมาน และให้หลวงพรหมพิทักษ์ (พรหม หรือสุพรหม) เป็นพระธาดาอำนวยเดช เจ้าเมือง พระราชทานเครื่องยศตามบรรดาศักดิ์ และให้เมืองจตุรพักตรพิมานขึ้นกับเมืองสุวรรณภูมิ
พระธาดาอำนวยเดชไม่ได้ตั้งที่ว่าการเมืองตามบริเวณบ้านเมืองหงส์ตามที่ระบุในพระกระแส แต่ย้ายครอบครัวและที่ว่าการเมืองไปตั้งที่บ้านเปลือยหัวช้าง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเมืองหงส์ประมาณ 90 เส้น การตั้งศูนย์กลางเมืองบริเวณหัวช้างมีความสำคัญต่อพัฒนาการของชุมชนในเวลาต่อมา
ในระยะที่ยังเป็นเมืองจตุรพักตรพิมาน เจ้าเมืองมีหน้าที่ปกครองท้องที่ บังคับบัญชากรมการเมืองและราษฎร เก็บภาษีอากรและนำส่งผ่านเมืองสุวรรณภูมิ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ตามระบบการปกครองหัวเมืองในสมัยนั้น เช่น การรักษาความสงบและการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
ตลอดช่วงแรกหลังการสถาปนา เมืองจตุรพักตรพิมานมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองสุวรรณภูมิ โดยเจ้าเมืองต้องรับคำบังคับบัญชาจากพระรัตนวงศา เจ้าเมืองสุวรรณภูมิในเรื่องราชการที่เป็นธรรมและชอบด้วยราชการ ตลอดจนมีหน้าที่จัดส่งภาษีอากรและปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับเมืองสุวรรณภูมิ
ความสัมพันธ์ดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการจัดการหัวเมืองในช่วงก่อนการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคแบบมณฑลเทศาภิบาลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเมืองต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนมากยังมีความสัมพันธ์เชิงลำดับชั้นระหว่างเมืองใหญ่กับเมืองบริวาร
ตามประวัติท้องถิ่น เมืองจตุรพักตรพิมานดำรงฐานะเมืองขึ้นของเมืองสุวรรณภูมิตั้งแต่ พ.ศ. 2425 จนถึง พ.ศ. 2443 ต่อมาทางราชการได้ยุบเมืองลงเป็นอำเภอและให้ขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ด เนื่องจากที่ตั้งเมืองจตุรพักตรพิมานอยู่ใกล้เมืองร้อยเอ็ดกว่าการติดต่อกับเมืองสุวรรณภูมิ โดยข้อมูลท้องถิ่นระบุระยะทางจากตัวเมืองจตุรพักตรพิมานถึงเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 26 กิโลเมตร ขณะที่ห่างจากเมืองสุวรรณภูมิประมาณ 50 กิโลเมตร
พ.ศ. 2443 จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากระบบเมืองที่มีเจ้าเมืองไปสู่ระบบอำเภอ โดยประวัติท้องถิ่นระบุว่าพระธาดาอำนวยเดชเป็นนายอำเภอคนแรก
ในช่วงแรกหลังการยุบเมือง อำเภอนี้เคยใช้ชื่อว่า อำเภอหัวช้าง อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อ อำเภอจตุรพักตรพิมาน เช่นเดิม โดยข้อมูลท้องถิ่นไม่ได้ระบุปีที่เปลี่ยนชื่อกลับไว้อย่างชัดเจน จึงไม่ควรระบุปีเฉพาะโดยไม่มีหลักฐานเอกสารเพิ่มเติม
พระธาดาอำนวยเดช (พรหม สุวรรณธาดา) หรือที่ประวัติท้องถิ่นเรียกว่าท้าวพรหม เป็นบุตรของพระรัตนวงศา (คำสิงห์) เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ และเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งเมืองจตุรพักตรพิมาน เมื่อ พ.ศ. 2425 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระธาดาอำนวยเดชในตำแหน่งเจ้าเมืองจตุรพักตรพิมาน
ตามข้อมูลของเทศบาลตำบลดงแดง พระธาดาอำนวยเดชเกิด พ.ศ. 2395 และเมื่อเมืองถูกยุบเป็นอำเภอใน พ.ศ. 2443 ได้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอคนแรก ต่อมาเมื่อมีอายุครบ 60 ปีใน พ.ศ. 2455 จึงเกษียณราชการ และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรมการพิเศษจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อให้คำปรึกษาราชการงานเมือง