Heimatgeschichte · Ngao ·

อำเภองาว: ประวัติศาสตร์

อำเภองาว: ประวัติศาสตร์

=== ยุคโบราณ ===
ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลก ฉบับวัดศรีภูมิมา (ท่าส้มป่อย) ต.ทุ่งหัวฝาย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ได้กล่าวถึงเมืองงาวว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ถึงที่นี่ ประทับนั่งอยู่ที่ต้นมะม่วง ชาวบ้านเห็นพระองค์คิดว่าเป็นยักษ์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าคนนี้ง่าว (โง่) ไม่รู้จักพระพุทธองค์ ทรงทำนายว่า อนาคตเมืองแห่งนี้จะได้ชื่อเมืองงาว ก่อนที่จะประทานพระเกศาธาตุบรรจุในโคนต้นมะม่วง และสั่งว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วให้นำพระธาตุส่วนแก้มขวามาบรรจุไว้ ปัจจุบันคือวัดพระธาตุม่อนทรายนอน ต.หลวงใต้ อ.งาว จ.ลำปาง

ที่นั้นเขาก็สะท้านหย้านกลัว ก็พากันเอาเป็ดแลไก่มามากนักแล ก็ขึ้นไปเถิงพระเจ้าแล้ว พระก็เปล่งออกสัพพัณณะรังสีทั่วดอยทังมวล เขาหันก็ซ้ำกลัวมากนักแล ก็ขึ้นไปเถิงพระเจ้าแล้ว พระเจ้าตริถามว่าสูพากันมาสังชา เขาก็ไหว้ว่า ข้าแก่ปู่เจ้าเสื้อเมือง ตูข้าจักมาเลี้ยงปู่เจ้าด้วยเป็ดไก่เหล้ายาชแล ขอปู่เจ้าอินดูผู้ข้าทังหลาย ก็อย่ากินผู้ข้าทังหลายเทอะ พระเจ้าก็ว่า กูบ่ใช่ยักข์ กูนี้หากเปนพระเจ้าชแล เขาก็ยังว่าฉันเดียวนั้นอยู่ไจ้ๆ ก็มีแล พระเจ้าว่าสูนี้ก็มาง่าวแท้หนอ ปางเมื่อกูเปนทรายฅำวันนั้นพรานก็ไล่ยิงกู หาที่จั้งที่ยั้งบ่ได้ ตราบเท่าตัวมันตายไป ดูราอานนท์ พายหน้าเมืองอันนี้จักได้ชื่อว่า เมืองงาว ชแล
อย่างไรก็ตาม ตำนานนี้เป็นการแต่งในยุคหลังแล้ว ผู้แต่งอธิบายที่มาของชื่อเมืองงาวโดยเชื่อว่ามาจากง่าวซึ่งเป็นความเห็นของผู้แต่งเท่านั้น จึงอาจไม่ได้เป็นความจริงก็ได้ ศาสตราจารย์สรัสวดี อ๋องสกุล ได้สันนิษฐานว่า "งาว" เป็นภาษาโบราณของชาวกาว ที่เคยกระจายตัวในเขต ปัว-แพร่-น่าน-งาว ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปว่างาวหมายถึงอะไร เนื่องจากคนในยุคหลังไม่ทราบความหมายของงาวเสียแล้ว และชื่อเมืองง้าวหรือเมืองเงินก็ไม่ปรากฏในหลักฐานเอกสารประวัติศาสตร์ฉบับใดๆ
ตำนานเมืองพะเยากล่าวว่า พ.ศ. 1806 พญางำเมือง กษัตริย์เมืองพะเยายกทัพไปตีเมืองปัวแล้วกลับมาพะเยา ก่อนที่จะเสด็จไปครองเมืองงาวจนสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 1841
จารึกคำปู่สบถ ราว พ.ศ. 1935 ได้กล่าวถึงการทำสัตย์สบถสาบานระหว่างเจ้าเมืองพลัว (เมืองปัว) เมืองน่าน เมืองแพร่ และเมืองงาวที่เป็นเครือญาติกัน กับพญาฦๅไทย หากมีศึกสงครามก็จะร่วมมือช่วยเหลือกัน

อันหนึ่ง บ้านเมืองเราทังหลายแลเมืองแพร่ เมืองงาว เมืองน่าน เมืองพลัว ปู่พระญาดูดังเดียว อันตรายมีในราชสีมาเรา ปู่พระญาเป็นเจ้าเห็นว่ามีในราชสีมาท่านแล ผิสมเด็จปู่พระญาปลูกเราอัน...เราก็เห็นสมเด็จปู่พระญาเป็นเจ้าดังมหาธรรมราชาท่านเป็น...มาในเชลียงสุกโขทัย จงอย่ามีรังเกียจกู จงไปสู่ปู่พระญา...ท่านมีรังเกียจ
สมัยพญาคำฟู พระองค์ร่วมมือกับพญากาวน่านสามารถตีเมืองพะเยาได้ สันนิษฐานว่าเมืองงาวก็คงจะถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาในช่วงนี้
สมัยพระเจ้าติโลกราช ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวว่า พ.ศ. 1986 พญาอินทะแก่นท้าว กษัตริย์เมืองน่าน ได้ออกอุบายมาขอทหารจากพระเจ้าติโลกราชไปป้องกันศึกเวียดนาม พระเจ้าติโลกราชให้ทหารประมาณ 4 หมื่น ให้หมื่นแพงพระยาว เจ้าเมืองพะเยา พร้อมกับหมื่นเชริงตางาม เจ้าเมืองเชริง (เทิง) หมื่นยี่ลก เจ้าเมืองลอ หมื่นอ้อย หมื่นแช่พราน เจ้าเมืองพาน หมื่นงาวกาว เจ้าเมืองงาว ไปรั้งอยู่เมืองน่าน แต่ภายหลังถูกกลอุบายสังหารจดหมด เหลือเพียงหมื่นเชริงตางาม ทำให้พระเจ้าติโลกราชยกทัพไปตีเมืองน่านและเมืองแพร่

ลูนนั้นได้ปลี ๑ เถิงปลีก่าใค้ พระญาแก่นท้าวกินเมืองน่าน บ่ได้มาเปนเมืองเจ้าเหนือหัวเทื่อ พระญาแก่นท้าวบ่ซื่อ จักปองเอาเจ้าเหนือหัวเสีย จิ่งอุบายหื้อมาไหว้สาเจ้าเหนือหัวว่า แกวจักมาตกเมืองน่าน ขอหื้อพลเสิก็มารั้งเมืองน่านแด่ เจ้าพระญาติโลกราชะบ่รู้ว่าเขาจักกะทำคด จิ่งแต่งพลเสิก็หื้อ ๔ หมื่น หื้อหมื่นแพงพระยาวทือพลไพกับขุนช้าง บ่เท่าแต่นั้น ขุนต่างเมืองหื้อหมื่นเชริงตางาม ๑ หมื่นยี่ลกกินลอ ๑ หมื่นอ้อย ๑ หมื่นแช่พราน ๑ หมื่นงาวกาว ๑ หื้อไพรั้งเมืองน่าน หื้อตั้งทับอยู่ฟากแม่น้ำเบื้องวันออก จัดเครื่องได้สองหมื่นสามพันเครื่อง
พ.ศ. 2002 ภายหลังจากสงครามกับอยุธยา พระเจ้าติโลกราชได้มอบเขตแดนเมืองงาว เมืองแพร่ให้เป็นรางวัลกับพระยายุทธิษเฐียร …

von Fremdinhalte · Regionauts

Quelle: Text: Wikipedia – „อำเภองาว“, Autorinnen und Autoren (Versionsgeschichte), CC BY-SA 4.0 · Foto: Miguel Discart, CC BY-SA 2.0 – Wikimedia Commons