Heimatgeschichte · Bang Rak ·

เขตบางรัก: ประวัติ

เขตบางรัก: ประวัติ

พื้นที่ย่านบางรักมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพัฒนาการของพื้นที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ยุคสมัยสำคัญ ดังนี้

ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การดำเนินชีวิตและการคมนาคมพึ่งพาสายน้ำเป็นหลัก ราษฎรนิยมตั้งบ้านเรือนและเรือนแพตามริมแม่น้ำลำคลอง สำหรับชาวต่างชาติมีธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่มักกำหนดให้อยู่อาศัยนอกกำแพงเมือง ทางการจึงจัดสรรพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้กับชุมชนชาวต่างชาติ เช่น บริเวณกุฎีจีน ตลาดน้อย ตรอกกัปตันบุช และสามเสน
ย่านบางรักในยุคนี้เป็นพื้นที่รอบนอกทางตอนใต้ของพระนคร มีลักษณะเป็นการตั้งถิ่นฐานใหม่ที่มีประชากรไม่หนาแน่นนัก ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ประกอบด้วยชาวจีนและชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย เผยแพร่ศาสนา และตั้งถิ่นฐาน

ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปรับปรุงประเทศให้ทันสมัยตามแบบสากล การตัดถนนเจริญกรุงทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำและชานเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บางรักกลายเป็นย่านการค้าและศูนย์กลางของชาวตะวันตก มีสถานกงสุลของชาติต่าง ๆ เข้ามาตั้งเรียงราย เช่น โปรตุเกส เยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐ โมนาโก และฝรั่งเศส
ต่อมาหลังการลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง พ.ศ. 2398 และการลงนามในสนธิสัญญาแบบเดียวกันกับชาติอื่น ๆ อีก 14 ชาติทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองที่มีชาวตะวันตกเข้ามาติดต่อค้าขายและติดต่อทางการทูตด้วยเป็นจำนวนมาก จนเกิดเป็นชุมชนชาวตะวันตกอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของพระนคร ต่อจากกลุ่มชาวจีนที่สำเพ็งและตลาดน้อย
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พื้นที่บางรักเริ่มหนาแน่นขึ้น การตั้งถิ่นฐานเปลี่ยนจากการพึ่งพาทางน้ำมาสู่อาคารพาณิชย์ริมถนน มีการพัฒนาการขนส่งทางบก เช่น รถม้า รถลาก รถรางไฟฟ้า และรถยนต์ พื้นที่สำคัญประกอบด้วยท่าเรือสี่พระยาและท่าเรือถนนตก นอกจากนี้ยังเกิดธุรกิจและสถาบันสำคัญ เช่น โรงแรมโอเรียนเต็ล (สร้างเมื่อ พ.ศ. 2419) ร้านขายยาอังกฤษตรางู ห้างโอเรียนเต็ลสโตร์ ธนาคารอินโด-ไชน่า อาคารบริษัท บอร์เนียว และโรงภาษีร้อยชักสาม
ในปี พ.ศ. 2440 มีการจัดตั้งมณฑลกรุงเทพฯ ซึ่งประกอบด้วยหัวเมือง (เปลี่ยนเป็นจังหวัดในภายหลัง) ได้แก่ พระนคร ธนบุรี พระประแดง สมุทรปราการ มีนบุรี และนนทบุรี โดยมีอำเภอบางรักเป็น 1 ใน 8 อำเภอชั้นในของจังหวัดพระนคร
ในปี พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) มีการจัดระเบียบการปกครองใหม่ โดยยุบรวมที่ทำการปลัดอำเภอประจำย่านถนนสี่พระยาและบางรักเข้าด้วยกัน และตั้งที่ว่าการอำเภอบางรักขึ้นที่บริเวณบ้านทวาย ถนนเจริญกรุง ขณะเดียวกันได้คงสภาพพื้นที่บางขวางไว้เป็นกิ่งอำเภอ โดยมีปลัดอำเภอประจำอยู่ที่ทำการท่าเรือจ้าง ถนนตก
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ย่านบางรักและถนนสุรวงศ์ได้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าที่ทันสมัยที่สุดของพระนคร เต็มไปด้วยธนาคาร โรงแรม ร้านค้าสมัยใหม่ และท่าเทียบเรือพาณิชย์ ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์และบ้านพักของคหบดี ข้าราชการ และชาวต่างชาติ

ช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการพัฒนาประเทศสู่ภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา มีการถมคลองหลายสายเพื่อสร้างถนนเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและการอพยพของประชากรเข้าสู่กรุงเทพมหานคร
​พื้นที่บางรักได้เปลี่ยนผ่านจากการค้าปลีกในอาคารพาณิชย์ไปสู่ศูนย์กลางธุรกิจสมัยใหม่ (CBD) เกิดสำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงิน ห้างสรรพสินค้า โรงแรมระดับหรู และอาคารสูงระฟ้า โดยเฉพาะบริเวณถนนสีลม ถนนสุรวงศ์ และถนนสาทร ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องมาจากย่านการค้าเก่าริมถนนเจริญกรุง
​ในด้านการปกครอง มีการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจากอำเภอบางรักเป็น “เขตบางรัก” ตามการจัดระเบียบราชการของกรุงเทพมหานคร และได้ย้ายที่ทำการเขตจากอาคารเดิมย่านสี่พระยามายังอาคารแห่งใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา

von Fremdinhalte · Regionauts

Quelle: Text: Wikipedia – „เขตบางรัก“, Autorinnen und Autoren (Versionsgeschichte), CC BY-SA 4.0 · Foto: User:Diliff, CC BY-SA 3.0 – Wikimedia Commons