Heimatgeschichte · Phak Hai ·

อำเภอผักไห่: ประวัติ

อำเภอผักไห่: ประวัติ

อำเภอผักไห่ เป็นอำเภอที่อยู่เขตปกครองของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจในแคว้นทวาราวดีทั้งหมด และจากหลักฐานที่ค้นพบจากหนังสือ “400 ปี แห่งการสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2148 – 2548)… ” ในเส้นทางการเดินทัพของทหารพม่าที่ยกเข้ามาโจมตีกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของพระองค์ท่านนั้น ปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า…..“ฝ่ายกองทหารพม่าของพวกหงสาวดีเที่ยวเล็ดลอดสอดแนมเข้ามาได้จนถึงบางกะทิง ใกล้บ้านผักไห่ในแขวงจังหวัดพระนคร”….. ทั้งหมดนี้ แสดงว่าอำเภอผักไห่นั้นประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงสุโขทัย แต่ก็เป็นชุมชนที่ไม่ใหญ่โตและมีบทบาททางการเมืองมากมายนัก
จวบจนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงแบ่งเขตการปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกเป็น 4 แขวง ได้แก่ แขวงนครใน แขวงอุทัย แขวงรอบกรุง และแขวงเสนา อำเภอผักไห่ แต่เดิมไม่ได้ชื่อว่า อำเภอผักไห่ แต่เป็นเพียงซึ่งชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น หากแต่รวมอยู่ในแขวงเสนา ซึ่งมีอาณาเขตรวมอำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอบางไทรทั้งหมด ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงเห็นว่าแขวงเสนา มีประชาชนอาศัยกันอยู่อย่างหนาแน่นและมีอาณาเขตกว้างขวางมากยากแก่การปกครอง จึงได้แบ่งแยกเขตเสนาตอนเหนือเป็นแขวงเสนาใหญ่ และตอนใต้เป็นแขวงเสนาน้อย
ในปี พ.ศ. 2438 ได้จัดรูปการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ได้แบ่งเสนาใหญ่ออกเป็น 2 ตอน ตอนบน ให้เป็นเสนาใหญ่ (อำเภอผักไห่) ตอนใต้ ให้เป็นแขวงอำเภอเสนากลาง (อำเภอเสนา) และแบ่งส่วนเสนาน้อย ออกเป็น 2 แขวง คือ แขวงเสนาใน (อำเภอบางบาล) และแขวงเสนาน้อย (อำเภอบางไทร) สำหรับที่ว่าการแขวงอำเภอเสนาใหญ่ (อำเภอผักไห่) ครั้งแรกตั้งอยู่ที่ตำบลอมฤต หมู่ที่ 3 เหนือคลองบางทอง โดยมีหลวงวารีโยธารักษ์ (อ่วม) เป็นนายอำเภอคนแรกซึ่งเป็นต้นตระกูลญาณวารี ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ได้ย้ายที่ว่าการแขวงอำเภอเสนาใหญ่ไปตั้งชั่วคราวที่ศาลาท่าน้ำวัดตาลานเหนือ และต่อมาก็ได้ย้ายมาตั้งที่หมู่ที่ 4 ตำบลผักไห่ และได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอผักไห่ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อตำบลที่ตั้งอยู่ เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2460 และก็ได้ใช้ชื่ออำเภอผักไห่ มาจนทุกวันนี้
นอกจากนี้ จากหลักฐานจดหมายเหตุฯ ยังกล่าวถึงอำเภอผักไห่ ดังนี้ "ตำบลผักไห่นี้บริบูรณ์ ครึกครื้นกว่าเมืองสุพรรณบุรีเป็นอย่างมาก" แสดงให้เห็นว่าอำเภอผักไห่ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรม ประเพณี และเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญสายหนึ่ง อุดมไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร สัตว์น้ำนานาชาติ เช่น ปลาพันธุ์ต่าง ๆ สมกับคำว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่กล่าวว่าในสมัยก่อน "จะต้องแหวกปลาหากุ้ง" มีคำกล่าวว่า "บ้านเรือนคนติดต่อกันอย่างหนาแน่นตลอดเหมือนอย่างในกรุงเก่า" นี่เป็นข้อความหนึ่งที่บันทึกอยู่ในจดหมายเหตุฯ ประพาสต้น มองให้เห็นว่าผู้คนในผักไห่สร้างบ้านเรือนติดกันและเป็นชุมชนที่เข้มแข็งต่างจากปัจจุบัน ริมแม่น้ำน้อยที่เคยหนาแน่นไปด้วยผู้คน ปัจจุบันเหลือแต่เพียงซากทิ้งรกร้าง เนื่องจากประชากรวัยทำงานหนีไปทำงานต่างถิ่นหมดเหลือแต่เด็กและคนแก่ …

von Fremdinhalte · Regionauts

Quelle: Text: Wikipedia – „อำเภอผักไห่“, Autorinnen und Autoren (Versionsgeschichte), CC BY-SA 4.0 · Foto: Teerayut_Srisopa, CC BY-SA 3.0 – Wikimedia Commons